ควรรู้ไว้ หากอยากสร้างบ้านจากตู้คอนเทนเนอร์

ควรรู้ไว้ หากอยากสร้างบ้านจากตู้คอนเทนเนอร์

ควรรู้ไว้ หากอยากสร้างบ้านจากตู้คอนเทนเนอร์

            ตู้ขนส่งสินค้า (Container) กำลังกลายมาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการนำมาสร้างเป็นที่อยู่อาศัยหรืออาคาร เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการความแปลกใหม่ ความคุ้มค่าและแฝงไปด้วยความน่าสนใจ แต่ทว่ากาลเวลาย่อมทำให้ของใช้แล้วแตกต่างจากของใหม่โดยสิ้นเชิง ดังนั้นการนำของเก่ามาใช้งานก็ควรใส่ใจรายละเอียดให้มากขึ้นกว่าการสร้างใหม่ สำหรับรายละเอียดต่าง ๆ ที่ต้องคำนึงสำหรับผู้ที่อยากสร้างบ้านจากตู้คอนเทนเนอร์ก็จะมีดังนี้

ตู้ขนส่งสินค้าทำด้วยอะไร มีกี่ประเภท และมีขนาดเท่าไหร่บ้าง

ตู้ขนส่งสินค้าที่ได้มาตรฐานมักจะทำด้วยเหล็กหรืออลูมิเนียมที่มีความแข็งแรงทนทาน มีทั้งแบบ 1 ประตู 2 ประตู โดยที่บานประตูจะมีรายละเอียดระบุหมายเลขตู้ และน้ำหนักของสินค้าบรรจุสูงสุด แบ่งเป็น 5 ประเภท

  1. Dry cargoes ใช้สำหรับบรรทุกของที่มีการบรรจุลงหีบห่อหรือภาชนะและไม่ต้องรักษาอุณหภูมิ
  2. Refrigerator cargoes เป็นตู้ที่มีระบบการปรับอากาศตลอดการขนส่งสินค้า
  3. Garment container เอาไว้ใช้ขนส่งสินค้าที่เป็นเสื้อผ้าเป็นหลัก โดยมีราวสำหรับแขวนเสื้อเอาไว้ด้วย
  4. Open top เป็นตู้ที่ไม่มีหลังคาหุ้มอยู่ เพื่อสำหรับขนสินค้าขนาดใหญ่ที่ไม่สามารถขนเข้าทางประตูหลักได้

ขนาดของตู้ตามหลักแล้วจะมี 2 ขนาดด้วยกัน ได้แก่ 2.5 x 6 เมตร สูง 2.45 เมตร และ 2.5 x 12 เมตร สูง 2.45 เมตร สำหรับตู้ขนส่งสินค้าที่นิยมนำมาสร้างเป็นที่อยู่อาศัยหรืออาคารส่วนมากจะเป็นตู้ Dry cargoes เนื่องจากหาซื้อได้ง่ายราคาถูก มีลักษณะที่เหมาะสมในการก่อสร้างจึงไม่ต้องดัดแปลงมาก ส่วนขนาดนั้นก็แล้วแต่ความต้องการของตนเอง แหล่งซื้อขายตู้ขนส่งสินค้าก็มีให้เลือกซื้อมากมาย ไม่ว่าจะเป็นตามถนน บางนา-ตราด ตามท่าเรือขนส่งสินค้า หรืออาจติดต่อได้ที่เว็บไซด์ต่าง ๆ โดยราคาตู้เปล่าจะอยู่ที่ 50,000 – 150,000 บาท

โครสร้างของตู้ขนส่งสินค้าเป็นอย่างไรมีความแข็งแรงทนทานขนาดไหน?

ในเรื่องความแข็งแรงทนทานนั้น ตู้ขนส่งสินค้าสามารถทำได้ดีอยู่แล้วจากที่หลายคนเหยเห็นกันอยู่บ่อย ๆ ตามท่าเรือขนส่งสินค้าต่าง ๆ ที่สามารถวางเรียงซ้อนกันได้ถึง 10 ชั้น ซึ่งในส่วนของโครงสร้างกจะแบ่งออกได้ดังนี้

  1. เสา และคาน ของตู้ขนส่งสินค้า = โครงสร้างตู้ขนส่งสินค้ามีลักษณะคล้ายโครงสร้างบ้านมาก เพราะตู้มีส่วนของเสาที่อยู่ตามมุมของตู้ ระหว่างเสาก็จะมีเหล็กที่เชื่อมต่อกันคล้ายคานที่เชื่อมเสาคอนกรีตเข้าไว้ด้วยกัน
  2. ผนังเหล็กของตู้เปรียบเหมือนกำแพงหนา = นอกจากเสาและคานเหล็กของตู้ที่ช่วยการรองรับน้ำหนักแล้ว ยังมีผนังเหล็กที่มีลักษณะพับไปมาช่วยเสริมให้ตู้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

3.พื้นและเพดานรับน้ำหนัก = น้ำหนักจากส่วนต่าง ๆ ที่อยู่ภายในตู้จะถ่ายเทลงสู่พื้นโดยตรง (ซึ่งส่วนมากแล้วหากซื้อตู้เปล่ามาจะมีพื้นไม้ติดมาด้วยอยู่แล้ว) ถ่ายมาสู่โครงเคร่าเหล็กที่เชื่อมกับโครงสร้างหลักอีกที