ซีเมนต์โปร่งแสง วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ซีเมนต์โปร่งแสง วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ซีเมนต์โปร่งแสง วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

            ซีเมนต์โปร่งแสง” เป็นอีกหนึ่งนัวตกรรมที่เตรียมพร้อมออกสู่ตลาดอย่างเป็นทางการ พร้อมกับการพลิกโฉมให้กับวงการก่อสร้าง เมื่อผนังสีเทาทึบยอมให้แสงแดดส่องผ่านได้ ช่วยเติมเต็มความสว่างภายในตึกรามบ้านช่อง และอาคาร ในขณะที่ระดับความสว่างก็จะแตกต่างกันออกไปตามความเข้มของแสงอาทิตย์ระหว่างวัน ส่วนตอนเวลากลางคืนแสงไฟจากภายในอาคารก็สามารถส่องทะลุผนังออกมาได้เช่นกัน พร้อมเปลี่ยนจากอาคารธรรมดา ๆ ให้ดูเหมือนเรืองแสงออกมาได้

ที่สำคัญผลงานวิจัยชิ้นนี้ยังเข้ากับเทรนด์ “กรีน บิลดิ้ง” หรืออาคารอนุรักษ์พลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยคุณสมบัติที่ยอมให้แสงส่องทะลุผ่าน แต่ไม่ให้ความร้อนผ่านตามเข้าไปด้วย จึงส่งผลให้บ้านดูสว่างสดใสขึ้นมา จึงสามารถลดการใช้หลอดไฟภายในบ้านได้ ที่สำคัญแสงที่สาดส่องเข้ามาภายในบ้านหรืออาคารก็ไม่ได้สว่างจ้าจนเกินไป ไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อดวงตา

วิศวะผสมผสานเข้ากับงานศิลป์ได้อย่างลงตัว

“ซีเมนต์โปร่งแสง” เป็นผลผลิตจากงานวิจัยเชิงสหสาขาวิชาของ รศ.บุรฉัตร ฉัตรวีระ ว่าที่อาจารย์จากภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ผสมผสานความรู้ด้านวิศวกรรมโยธาเข้ากับมัณฑนศิลป์ ศิลปกรรมและวัสดุศาสตร์ได้อย่างลงตัว เพื่อมุ่งหวังที่จะสร้างสรรค์ชิ้นงานใหม่ที่ใช้ประโยชน์ได้จริงตามความต้องการของผู้บริโภค การันตีความสำเร็จด้วยรางวัล เอฟไอาร์ไอ อวอร์ด ฟอร์ เดอะ เบสต์ อินเวนชั่น จากประเทศอิหร่าน

สำหรับจุดขายของนวัตกรรมนี้ก็คือ ผู้ที่ต้องการออกแบบบ้านหรืออาคาร สามารถเลือกสีของเรซิ่นได้ตามใจชอบ ในขณะที่ซีเมนต์โปร่งแสงจะเปลี่ยนสีได้ด้วยตัวเอง ซึ่งหากเป็นตอนกลางคืนก็จะทำหน้าที่เสมือนโคมไฟ นอกจากนี้แล้วยังสามารถออกแบบตัวเรซิ่น ให้มีรูปร่างแปลกใหม่ตามใจต้องการได้อีกด้วย

เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ที่มาของสร้างนวัตกรรมนี้ เพียงเพื่อต้องการที่จะพัฒนาวัสดุก่อสร้างให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยผลิตจากวัสดุที่ได้จากภาคการเกษตรและอุตสาหกรรม ให้สามารถนำมาประยุกต์ใช้แทนปูนซีเมนต์และวัสดุกระจก ที่แสงสามารถส่องผ่านแต่ไม่นำพาความร้อน และเป็นตัวบ่งบอกการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ

ดังนั้น วัสดุที่จะนำมาใช้ทดแทนปูนซีเมนต์ได้นั่นก็คือ “เถ้าลอย” หนึ่งในวัสดุเหลือใช้จากการเผาถ่านหินลิกไนต์ของโรงงานไฟฟ้าและอุตสาหกรรมผลิตอิฐทนไฟ ซึ่งวัสดุทั้ง 2 ชนิดนี้ ไม่ต้องนำไปผ่านขั้นตอนการบดซ้ำ ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้มาก จากนั้นนำวัสดุทั้ง 2 มาผสมสารละลายด่างในอัตราที่กำหนด เมื่อเสร็จสิ้นจนเกิดการแข็งตัวก็จะได้คอนกรีตจากเถ้าลอยหรือฝุ่นอิฐทนไฟ ที่สามารถทนแรงอัดได้ถึง 130-350 กิโลกรัมต่อตารางเมตร ซึ่งเป็นค่ามาตรฐานใกล้เคียงกับคอนกรีตปกติเลยทีเดียว